ความแตกต่างระหว่าง Hybrid work และการทํางานจากที่บ้านคืออะไร?
แม้ว่าคําเหล่านี้จะฟังดูความหมายอาจจะคล้ายกันมาก แต่ก็มีรูปแบบการทํางานที่แตกต่างกัน การทํางานแบบ Hybrid work คือ การที่พนักงานแบ่งสัปดาห์การทํางาน ระหว่างอยู่ในสํานักงานและทํางานนอกสถานที่ ซึ่งเป็นการทํางานที่ยืดหยุ่น
การทํางานแบบ Hybrid work จากที่บ้าน คือ พนักงานบางคนทํางานจากระยะไกลจากสํานักงาน ในขณะที่พนักงานคนอื่นๆ ทํางานในสํานักงาน บุคคลที่ได้รับมอบหมายให้ WFH นั้นจะทํางานที่บ้านเป็นส่วนใหญ่ ในขณะที่พนักงานของ WFO ( Work from office) มักจะอยู่ในสํานักงานเป็นส่วนใหญ่
คำว่า “Hybrid working” หมายถึงอะไร?

ทําไม “Hybrid working” จึงเข้ามามีส่วนสําคัญ กับการเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตการทํางานยุคใหม่
บริษัทชั้นนํามากมายในต่างประเทศทั่วโลก อย่างเช่น Google, Dropbox, Uber หรือ Facebook ได้เริ่มปรับตัวมาเป็น Hybrid Working กันอย่างแพร่หลาย ซึ่งองค์กรต่างๆในประเทศไทย ก็ต่างแนะนําว่าเทรนด์นี้กําลังได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อยๆ และได้เริ่มมีมาตราการให้พนักงานสามารถทํางานจากที่บ้านได้
แน่นอนว่าในช่วงระยะเวลาแรกๆ นั้น การทํางานที่บ้านอาจยังไม่ตอบโจทย์ได้ดีในสักทีเดียว แต่บางตําแหน่งงานก็สามารถตอบโจทย์สําหรับการทํางานจากที่บ้าน ได้มีประสิทธิภาพที่ดีเป็นอย่างมาก
เนื่องจากสามารถเพิ่มมเวลายืดหยุ่นในการทํางาน และสามารถลดความเครียดลงได้ไม่มากก็น้อย และมีเพียงบางตําแหน่งเท่านั้นที่ยังคงสามารถทํางานทํางานที่ออฟฟิศได้
อีกทั้งยังมีเทคโนโลยีที่สามารถเข้าถึงได้มากมาย เช่น การติดต่อสื่อสารผ่านแอปพลิเคชันไลน์ หรือการประชุมผ่านออนไลน์ ก็สามารถพบเจอกันได้โดยลดการสัมผัส
การศึกษาโดย McKinsey & Company พบว่าการทํางานระยะไกล หรือการทํางานนอกสภานที่ ไม่จําเป็นต้องอยู่ในออฟฟิศเพียงอย่างเดียว นั้นได้ผล – มากกว่า 20 เปอร์เซ็นต์ของพนักงาน สามารถทํางานจากนอกสถานที่ได้ 3-5 วันต่อสัปดาห์ อย่างมีประสิทธิภาพมากที่สุด
หากทํางานจากสํานักงาน ที่สําคัญกว่านั้น สิ่งที่ผู้คนต้องการจากการทํางานคือการทํางานร่วมกัน และโอกาสในการเรียนรู้และการทํางานเป็นทีม แต่สํานักงานแบบดั้งเดิมมักจะมีพื้นที่มากกว่า 2/3 ให้กับสภาพแวดล้อมที่แยกคนงานออกเป็นห้องเล็ก ๆ หรือสํานักงานขนาดเล็ก
- Workflows เพิ่มอิสระในการทำงานได้หลากหลายสถานที่

การทำงานในยุคปัจจุบันไม่จำเป็นต้องอยู่ในออฟฟิศเพียงอย่างเดียวอีกต่อไป เพิ่มความยืดหยุ่น และอิสระในการทำงานของพนักงาน
และเมื่อมีสิ่งนี้เข้ามาเพื่อปรับเปลี่ยนการทำงาน พนักงานยังสามารถทำงานจากที่ไหนก็ได้ ทำให้องค์กรลดค่าใช้จ่าย ในการใช้งบประมาณจัดหาโต๊ะทำงานให้เหมาะสมกับจำนวนของบุคลากร อีกทั้งยังช่วยลดความแออัด และลดพื้นที่ที่ไม่จำเป็นในการทำงานออกไปได้มากยิ่งขึ้น
- สภาพแวดล้อมภายในออฟฟิศคือสิ่งสำคัญ

บรรยากาศการทำงาน หรือสภาพแวดล้อมก็เป็นสิ่งหนึ่งที่ช่วยให้พนักงานรู้สึกมีพลังกาย พลังใจ ที่จะสามารถทำงานได้อย่างราบรื่น
รวมถึงการจัดพื้นที่ให้บรรยากาศดูน่าทำงาน การจัดพื้นที่สำหรับการพักผ่อน เพื่อผ่อนคลายความเครียด และความเหนื่อยล้าจากการทำงาน หรือจัดซุ้มกาแฟ อาหาร เครื่องดื่ม ที่สามารถเดินมาหยิบเพื่อไปรับประทานที่โต๊ะทำงานของตนเองได้
- เพิ่มเวลายืดหยุ่นในการเข้ามาทำงานที่สำนักงาน

หลายองค์กรมีการปรับกลยุทธ์การเข้ามาทำงานที่สำนักงานสำหรับผู้บริหารระดับสูง ไปจนถึงพนักงานทั่วไป จัดตาราง หรือการจัดกลุ่ม สำหรับผู้ที่จะสลับกันเข้ามาทำงานภายในออฟฟิศ ตามความเหมาะสม ของตำแหน่งงานนั้นๆ เพื่อลดจำนวนการแออัดของผู้คนภายในออฟฟิศ อีกทั้งยังช่วยลดการสัมผัสที่เสี่ยงต่อการแพร่ระบาดของไวรัส Covid-19 ในปัจจุบันอีกด้วย
- ปรับวันการทำงานที่บ้าน สลับกับการทำงานที่ออฟฟิศ

เมื่อเดือนธันวาคม 2563 ที่ผ่านมา บริษัทกูเกิลได้มีการปรับเปลี่ยนรูปแบบการทำงานใหม่ โดยให้พนักงานเข้าออฟฟิศอย่างน้อย 3 วันต่อสัปดาห์ และให้ทำงานจากที่บ้าน ในวันที่เหลืออีก 2 วัน นั่นเอง
และเมื่อเร็วๆ นี้ บริษัทพีดับบลิวซี ก็มีมาตรการให้พนักงานกว่า 4 หมื่นคน ในสหรัฐสามารถทำงานที่ไหนก็ได้ ภายในประเทศ โดยให้เข้าออฟฟิศ เฉพาะเมื่อมีการประชุมครั้งสำคัญ การเข้าร่วมกิจกรรมของบริษัทเท่าที่จำเป็น หรือตำแหน่งงานที่ต้องออกไปพบปะลูกค้า ด้วยเหตุผลนี้ จึงทำให้บริษัททั่วโลก ต่างนำวิธีดังกล่าวไปปรับใช้กันอย่างแพร่หลาย
- พัฒนาเทคโนโลยีต่างๆ ที่สามารถเข้าถึงได้ง่าย

การพัฒนาเทคโนโลยีแพลตฟอร์ม ต่างๆ ที่สามารถเข้าถึงได้ง่าย พนักงานภายในองค์กรสามารถใช้ได้ทั่วถึงทุกคน ในทุกสถานที่ เพื่อการสื่อสารที่รวดเร็ว สะดวก และมีความชัดเจนยิ่งขึ้น ลดการเกิดข้อผิดพลาดต่างๆ ในเรื่องด้านการสื่อสาร รวมถึงการทำงานเป็นทีม ที่ต้องมีการพูดคุยกัน แลกเปลี่ยนความคิดเห็น เพื่อแบ่งการทำงานของแต่ละบุคคล
Hybrid working มีประโยชน์อย่างไร?

- Employee Flexibility การเพิ่มความยืดหยุ่น จะช่วยให้พนักงานรู้สึกมีแฮปปี้ มีความเป็นอิสระ มีความพึงพอใจในงานได้เพิ่มมากขึ้น เพราะพนักงานสามารถเลือกพื้นที่ที่เหมาะสมกับการทำงานของตนเอง ได้อย่างเหมาะสม มีประสิทธิภาพและเกิดผลดีมากที่สุด

- Attract New Talent เพิ่มพลังดึงดูดสำหรับพนักงานรุ่นใหม่ ที่มีทักษะ และความสามารถให้อยากร่วมงานด้วย เพื่อให้สอดคล้องกับพฤติกรรมการทำงานของคนรุ่นใหม่ที่รักอิสระ หลงไหลในเทคโนโลยีใหม่ๆ ที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วในยุคปัจจุบัน

- Flexible Workplace การทำงานจากหลากหลายสถานที่ องค์กรหลากหลายธุรกิจ สามารถปรับเปลี่ยนรูปแบบออฟฟิศให้เป็นรูปแบบ Flexible Workplace เพื่อส่งเสริมการทำงานในรูปแบบ Hybrid Productivity ในการทำงานของพนักงานให้ดี และมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

- Pandemic Prevention ป้องกันการแพร่ระบาด การทำงานแบบ Hybrid Working มีส่วนช่วยป้องกัน ช่วยลดการแพร่กระจายของเชื้อไวรัส COVID-19 สามารถช่วยให้องค์กรสามารถดำเนินธุรกิจต่อไปได้อย่างราบรื่น หากในอนาคตหากเกิดโรคระบาดใหม่ขึ้นอีกก็ตาม

- Maximize ROI Cost Saving เซฟค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็น สามารถลดค่าเช่าพื้นที่ของสำนักงานลงได้ดี เนื่องจากการทำงานรูปแบบ Hybrid Working นั้นจะทำให้ในอนาคตการใช้พื้นที่ในสำนักงานใหญ่นั้นจะมีขนาดที่เล็กลง แต่จะมีการเพิ่มสำนักงานย่อยๆ ตามพื้นที่ต่างๆ เพื่อความสะดวก ตอบสนองความต้องการ มากยิ่งขึ้นอีกเท่าตัว

เมื่อเชื่อมต่อกับเทคโนโลยี Hybrid working สามารถนำองค์กรให้เติบโตได้อย่างไร?
สถานที่ทำงานหลายแห่งนำโอกาสที่จะได้รับประโยชน์จากการทำงานแบบ hybrid work ตั้งแต่ก่อนเกิดโรคระบาดอย่างไวรัส covid-19 ที่แพร่กระจายไปหลายประเทศทั่วโลกได้เผชิญ ในปี 2020-2022
อย่างไรก็ตาม ตั้งแต่ล็อกดาวน์ แรงผลักดันในการทำงานแบบ Hybrid Working ก็เพิ่มขึ้น ข้อมูลจาก Accenture แสดงให้เห็นว่า 83% ของผู้ตอบแบบสำรวจ 9,326 คน ชอบรูปแบบการทำงานแบบ Hybrid Working ซึ่งพนักงานสามารถทำงานจากระยะไกลได้อย่างน้อย 25% ของเวลาทั้งหมด
Hybrid working อาจเป็นประโยชน์ต่อพนักงานหลายคน ตัวอย่างเช่น พนักงานสามารถรู้สึกปลอดภัยมากขึ้น จากความเสี่ยงด้านสุขภาพ และรู้สึกดีมากขึ้นจากการมีปฏิสัมพันธ์แบบเห็นหน้ากันผ่านระบบออนไลน์
โดยปราศจาก ความวิตกกังวลที่อาจก่อให้เกิดอาการเจ็บป่วย พนักงานรู้สึกสบายใจในการทำงานมากขึ้น ด้วยการลดโอกาสการสัมผัสใกล้ชิด ลดการติดเชื้อที่เพิ่มขึ้น ความเป็นไปได้ที่พนักงานจะมีความพร้อมในการทำงาน เช่นเดียวกันกับประสิทธิภาพการทำงานที่ดีตามมาอีกด้วยเช่นกัน
Hybrid working คือการส่งเสริมความสมดุลระหว่างการทำงาน และชีวิตที่ดีขึ้น พนักงานจะต้องใช้เวลาทำงานให้น้อยลง จะรู้สึกไวต่อความเครียด และความเหนื่อยหน่ายได้น้อยลง โดยไม่จำเป็นต้องใช้เวลาส่วนตัวให้กับการเดินทางไป-กลับจากที่ทำงาน การเตรียมตัวสำหรับการประชุมแบบตัวต่อตัวที่สำนักงาน
การทำงานแบบ hybrid work ยังช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นให้กับพนักงาน ทำให้สามารถเลือกพื้นที่ทำงานที่เหมาะสมกับตนเองได้มากที่สุด
ข้อเสียของการทำงานแบบ Hybrid work

พนักงานบางคนต้องการสื่อสารกับเพื่อนร่วมงานได้รวดเร็ว และมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้นในสภาพแวดล้อมที่ทำงานร่วมกัน
โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อต้องเผชิญกับแนวคิดการทำงานร่วมกัน พนักงานอาจประสบปัญหาในการสื่อสารเมื่อทำงานจากระยะไกล อุปกรณ์ต่างๆ บางครั้งอจยังไม่พร้อมเสมอไป
พนักงานใหม่ อาจรู้สึกถูกทอดทิ้ง และรู้สึกไม่แน่ใจว่าจะตอบคำถามเกี่ยวกับงานอย่างไร หรือขั้นตอนการทำงานต่างๆ ทิศทางการจัดการที่ไม่ชัดเจน เนื่องจากไม่มีผู้ที่คอยดูแลช่วยเทรนด์สอนงานแบบตัวต่อตัว จึงเป็นสาเหตุที่พนักงานใหม่อาจยังไม่ทราบรายละเอียดของงานได้อย่างเต็มที่ ซึ่งอาจส่งผลเสียต่อประสิทธิภาพการทำงานให้ตำแหน่งหน้าที่รับผิดชอบงานนั้นๆ ด้วย
“เมื่อโลกเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว เทคโนโลยีต่างๆ ก็ถกพัฒนาและเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วและแทบจะตลอดเวลาในช่วงชีวิตของเราเลย ก็ว่าได้
และในปัจจุบันเริ่มมีการแพร่ระบาดของไวรัส Covid-19 ตั้งแต่ปี 2020-2022 ที่หลายที่ประเทศทั่วโลกได้รับผลกระทบ และต่างก็มีขั้นตอนการรับมือกับโรคระบาดนี้แตกต่างกันออกไป”
สรุป
อย่างไรก็ตาม หลายองค์กรทั่วโลกมากมายต่างๆ มีกลยุทธ์และวิธีการปรับตัว สำหรับการทำงานแบบ Hybrid working ในรูปแบบที่แตกต่างกันไป ตามความเหมาะสมของธุรกิจนั้นๆ
และจะเห็นได้ว่าการทำงานแบบ Hybrid Work สามารถทำให้พนักงานมีเวลาที่ยืดหยุ่น เพิ่มอิสระในการเลือกสถานที่ทำงานที่เกิด Productivity สูงสุด รวมถึงเป็นการเตรียมพร้อมสำหรับการรองรับเหตุการณ์ในอนาคตหากมีการหยุดชะงัก เช่น การเกิดโรคระบาดครั้งใหม่ เป็นต้น
หลายองค์กรควรส่งเสริมการจัดการเทคโนโลยี หรือแพลตฟอร์มต่างๆเพื่อใช้ในการสื่อสาร การทำงานร่วมกันเป็นทีม อย่างเหมาะสมเพื่อให้สมาชิกในทีม ทุกคนภายในองค์กรประสบความสำเร็จในการทำงานแบบ Hybrid working ในอนาคต
อ่านบทความที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติมได้ที่ : http://dreamteampayrolloutsource.co.th/workation/

สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่
โทร : 02-123-3862
FB : https://www.facebook.com/dreamteam3110
LINE@ : @dreamteam
WEBSITE : http://dreamteampayrolloutsource.co.th/
Blockdit : https://www.blockdit.com/dreamteam