ประกันสังคมเปิดขั้นตอน และแนวทางการตรวจ-รักษาโควิด-19 กรณีที่ผู้ประกันตนสงสัย หรือมีอาการเข้าข่ายติดเชื้อไวรัสโควิด-19”
ล่าสุดองค์การสาธารณะสุข ได้มีการเดินหน้าปรับเกณฑ์การรักษาโรคโควิด-19 ใหม่ ให้เป็นโรคประจำถิ่น และอาจไม่ใช่โรคฉุกเฉินอีกต่อไป
จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ในปัจจุบัน ส่งผลกระทบให้มีผู้ที่ติดเชื้อเป็นจำนวนมาก และอาจเข้าข่ายสถานการณ์การแพร่กระจายของเชื้อที่รวดเร็ว และยังคงมีความรุนแรงอย่างต่อเนื่อง
อีกทั้งยังมีการเกิดของสายพันธุ์ต่างๆ มากมาย เช่น โอมิครอน เดลต้า เป็นต้น ที่มีการแพร่กระจายแล้วในหลายประเทศทั่วโลก และประเทศไทยของเราก็ได้มีการพบผู้ติดเชื้อสายพันธุ์ใหม่นี้อีกด้วย
นายบุญสงค์ ทัพชัยยุทธ์ เลขาธิการสำนักงานประกันสังคม กระทรวงแรงงาน ได้เผยว่า จะต้องเตรียมแผนการสำหรับการรับมือของการแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19 สายพันธุ์โอมิครอน (Omicron)
ซึ่งจนกระทั่งวันนี้ได้มียอดผู้ติดเชื้อที่สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง และรวมถึงผู้ประกันตนที่ป่วยติดเชื้อโควิด-19 เพิ่มมากยิ่งขึ้นอีกเช่นกัน
นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน มองเห็นถึงความปลอดภัย และมีความห่วงใยสุขภาพของผู้ประกันตน
ได้สั่งการให้สำนักงานประกันสังคม กำกับสถานพยาบาลเครือข่ายประกันสังคมที่เปิดรับการรักษาโรคโควิด-19 หรือการตรวจหาเชื้อ และสามารถเบิกค่าใช้จ่ายสำหรับการรักษาพยาบาล รวมถึงค่าตรวจต่างๆ กับสำนักงานประกันสังคมได้ตามแนวทางที่กระทรวงสาธารณะสุขกำหนด พร้อมทั้งสร้างการรับรู้ ประชาสัมพันธ์ขั้นตอน แนวทางการตรวจหาเชื้อ และการรักษาโควิด-19
ในกรณีที่ผู้ประกันตนสงสัย หรือมีอาการเข้าข่ายติดเชื้อ หรือมีแนวโน้มการอยู่ใกล้ชิดผู้ป่วยโควิด-19 สามารถตรวจคัดกรองด้วยเองก่อนเบื้องต้น หรือสมารถไปตรวจหาเชื้อได้ตามสถานพยาบาลตามสิทธิประกันสังคม และสิทธิการรักษาอื่นๆ
สำหรับผู้ที่ตรวจคัดกรองด้วยตนเองเบื้องต้นด้วย Antigen Test Kit (ATK) แล้วพบว่าผลเป็นบวก หรือที่แถบขึ้น 2 ขีดชัดเจน ให้รีบดำเนินการเข้าสู่กระบวนการรักษา ดังนี้
กรณีผลตรวจ Antigen Test Kit (ATK) เป็นบวก
ผู้ป่วยกลุ่มสีเขียว มีอาการไม่รุนแรง / อาการเล็กน้อย-ปานกลาง
การรับเข้ารับการรักษารูปแบบ Home Isolation: HI ในกรณีที่ผู้ประกันตนมีความประสงค์เพื่อเข้ารับการรักษาตัวจากที่บ้านเอง และมีความพร้อมด้านสถานที่ โดยไม่ต้องขอผลตรวจ RT-PCR
สามารถติดต่อสถานพยาบาลตามสิทธิการรักษา หรือสถานพยาบาลใกล้บ้าน เพื่อขอเข้ารับการรักษา จัดส่งยาหรืออุปกรณ์ที่จำเป็นในการรักษา พร้อมติดตามอาการจากแพทย์ พยาบาล ของสถานพยาบาลนั้น
3 ช่องทางการติดต่อเพื่อเข้ารับการรักษาตัวในระบบ Home Isolation ของ สปสช.

- โทรศัพท์เข้าสายด่วน สปสช. 1330 กด 14
- แอดไลน์ออฟฟิเชียล สปสช. @nhso หรือคลิก https://lin.ee/zzn3pU6 เลือกเมนูบริการเกี่ยวกับโควิด
- ลงทะเบียนด้วยตนเองสแกน QR-CODE ที่อยู่บนเว็บไซต์สปสช.หรือคลิก https://crmsup.nhso.go.th/#TicketHI
ช่องทางการติดต่อประสานงานให้บริการช่วยเหลือผู้ประกันตน
เพื่อเป็นการอำนวยความสะดวกให้แก่ผู้ประกันตนได้เข้ารับการรักษาในสถานพยาบาล / Hospitel ในกรณีที่ผู้ประกันตนไม่สะดวก ไม่สามารถติดต่อสถานพยาบาลได้ตามสิทธิการรักษาได้
หากได้รับการปฏิเสธการรักษาจากสถานพยาบาล สามารถติดต่อ ประสานหน่วยงานประกันสังคมได้ที่
- สำนักงานประกันสังคมกรุงเทพมหานครพื้นที่ / จังหวัด / สาขาทุกแห่งทั่วประเทศ
- สายด่วย 1506 กด 6 และกด 7
การเข้ารับการรักษาในระบบ Hospitel
กรณีผู้ประกันตนมีความประสงค์รักษาใน Hospitel เหตุด้วยจากการมีข้อจำกัดที่ไม่สามารถรักษาตัวที่บ้านได้ โดยติดต่อสถานพยาบาลตามสิทธิการรักษา / สถานพยาบาลใกล้พื้นที่บ้าน เพื่อขอรับการตรวจยืนยันด้วยวิธี RT-PCR
การตรวจ RT PCT หากผลการยืนยันเป็นบวก ให้ติดต่อสถานพยาบาลตามสิทธิฯ หรือ สถานพยาบาลที่ได้ทำการตรวจหาเชื้อ จัดหา Hospitel เพื่อรับผู้ประกันตนเข้ารับการรักษาโดยเร็วที่สุด
กรณีผลตรวจ Antigen Test Kit (ATK) เป็นบวก ผู้ป่วยกลุ่มสีเหลืองเข้ม-สีแดง มีอาการรุนแรง

- มีอาการไข้ 37.5 ขึ้นไป / ไอ / มีน้ำมูก / หายใจหอบเหนื่อย / มีผื่นขึ้นตามตัว / ตาแดง / มีโรคประจำตัว
- ผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไป มีโรคประจำตัว เช่น โรคหัวใจ และหลอดเลือดหัวใจ โรคไตวายเรื้อรัง โรคเบาหวาน โรคหลอดเลือดสมอง และโรคมะเร็ง เป็นต้น
- ตั้งครรถ์ ที่มีอายุครรถ์มากกว่า 12 สัปดาห์
- ติดต่อสถานพยาบาลตามสิทธิ หรือสถานพยาบาลใกล้บ้าน เพื่อเข้ารับการตรวจยืนยันผล RT-PCR และเข้ารับการรักษาตามแนวทางที่สาธารณะสุขกำหนด
กรณีผลตรวจเป็นลบ (ไม่ติดเชื้อ)
- หากมีอาการไข้สูง 37.5 องศาเซลเซียส /ไอ /มีน้ำมูก /เจ็บคอ /หายใจเหนื่อย /ตาแดง /ผดผื่น / ถ่ายเหลว (หากมีอาการอย่างใดอย่างหนึ่ง หรือมีอาการที่เข้าข่ายของการติดเชื้อ)
- แนะนำให้ผู้ประกันตนติดต่อสถานพยาบาลตามสิทธิการรักษา หรือ สถานพยาบาลที่ใกล้บ้าน เพื่อขอตรวจยืนยันผลด้วยวิธี RT-PCR
- หากผลตรวจยืนยันออกมาเป็นลบ และผู้ประกันมีประวัติเสี่ยงสัมผัส ใกล้ชิด หรืออยู่ในพื้นที่เสี่ยงที่มีผู้ติดเชื้อโควิด-19 แนะนำให้กักตัว สังเกตอาการ และตรวจ ATK ซ้ำทุก 3 วัน
- หากไม่มีประวัติสัมผัส ใกล้ชิดกลุ่มเสี่ยง “ไม่จำเป็นต้องกักตัว”
- กรณีแพทย์ได้ทำการซักประวัติ ไม่มีความเสี่ยง / หรือไม่เข้าเกณฑ์การตรวจของกระทรวงสาธารณสุข ผู้ประกันตนมีความประสงค์ขอตรวจเอง ซึ่งอาจไม่ได้อยู่ในดุลยพินิจของแพทย์ ดังนั้นแล้ว ค่าใช้จ่ายต่างๆ ที่เกิดขึ้นผู้ประกันตนต้องรับผิดชอบเอง
เลขาธิการสำนักงานประกันสังคม ได้กล่าวย้ำในตอนท้ายอีกครั้งว่า สำนักงานประกันสังคมได้มีช่องทางการติดต่อประสานงานให้บริการช่วยเหลือผู้ประกันตน เข้ารักษาในสถานพยาบาล หรือ รักษาในระบบ Hospitel
กรณีที่ไม่สามารถติดต่อสถานพยาบาลตามสิทธิการรักษาได้ หรือสถานพยาบาลปฏิเสธการรักษา ผู้ประกันตนสามารถติดต่อประสานหน่วยงานของสำนักงานประกันสังคม ได้ที่ สำนักงานประกันสังคมกรุงเทพมหานครพื้นที่/จังหวัด/สาขา ทุกแห่ง หรือที่ สายด่วน 1506 กด 6 และ กด 7 * ให้บริการตั้งแต่เวลา 08.00-18.00 น. ทุกวัน ไม่เว้นวันหยุดราชการ
ขอบคุณข้อมูลจาก : Nation TV



